|
ประวัติผู้จัดทำเว็บ |
ชื่อ บัญชา นามสกุล ฟูคำ
ชื่อเล่น ดล
เกิดวันที่ 26 เดือนมกราคม 2520
ปัจจุบันอายุ 23 ปี
สัญชาติไทย เชื้อชาติไทย ศาสนาพุทธ
กำลังศึกษาอยู่คณะบริหารธุรกิจ
สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ
วิทยาลัยโยนก
กรุ๊ปเลือด โอ
น้ำหนัก 48 กิโลกรัม
ส่วนสูง 163 เซนติเมตร
ภูมิลำเนาเดิม
130/2 หมู่ที่ 6 ต.หัวทุ่ง อ.ลอง จ.แพร่ 54150
ที่อยู่ปัจจุบัน
669/82 หมู่ที่ 5 ถ.ลำปางเด่นชัย ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง 52000
โทร 054-315618
การศึกษา
ระดับประถมศึกษา จากโรงเรียนบ้านนาอุ่นน่อง ต.หัวทุ่ง อ.ลอง จ.แพร่
ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จากโรงเรียนเกษมรัตนศึกษา อ.ลอง จ.แพร่
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จากโรงเรียนพุทธโกศัยวิทยา อ.เมือง จ.แพร่
ระดับ ปวส. จากวิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ
ระดับปริญญาตรี กำลังศึกษาอยู่ที่วิทยาลัยโยนก ลำปาง สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ
จุดดี
1. เป็นคนมีระเบียบ
2. มีความรับผิดชอบ
3. ไม่ขาดเรียนถ้าไม่จำเป็น
4. ให้เกียรติคนอื่นเสมอ
จุดเสีย
1. เป็นคนโกรธง่าย
2. พูดไม่เก่ง ไม่ค่อยพูด
3. เป็นคนที่คิดมากในบางเรื่อง
Personal Data
Name: Buncha Fucam
Birthday 26/01/1977
Age: 22 years
Weight: 48 km
Height: 163 cm
Address
130/2 m.6 long phrae 54150
Address current
699/82 m.5 lampang-denchai road t.prabat a.mung lampang 52000
tel. 054-315618
Education
College:
phrae vocational college major business computer
current study:
yonok college major business computer
|YAHOO|
|HUNSA|
|THAIALL|
|YONOK|
เว็บเพื่อนซี้==>
|แอ๋ว|
|นุ|
|เจมส์|
|ศักดิ์|
|น้อย|
|
ดูแลตัวเองให้ฟิตตั้งแต่หัวจรดเท้า |
1. ใบหน้า
การนอนคว่ำหน้าตลอดทั้งคืน จะทำให้เกิดรอยยับบนใบหน้าทุกเช้า และนานไปจะกลายเป็นรอยgหี่ยวย่นเปลี่ยนมานอนตะแคงหรือนอนหงายให้หลังราบกับที่นอน และที่นอนก็ไม่ควรนิ่มหรือแข็งเกินไป จะทำให้คุณสบายตัวขึ้นมาก
2. เหงือกและฟัน
แปรงฟันด้วยยาสีฟันที่ทำจากสมุนไพรธรรมชาติ ที่ทำให้ฟันคุณขาวสะอาด และยังช่วยบำรุงเหงือกด้วย ควรใช้ไหมขัดฟันเพื่อช่วยทำความสะอาดเศษอาหาร เพิ่มความมั่นใจให้กับรอยยิ้มของคุณมากขึ้น
3. ปอด
อาหารที่มีวิตามิน และเกลือแร่สูงจะช่วยทำให้คุณห่างไกลจากมะเร็งปอดโดยเฉพาะผู้ที่สูบบุหรี่ต้องดูแลรักษาตัวเองด้วยอาหารที่เหมาะสม และการออกกำลังกายที่ดี ควรเลือกรับประทานอาหารประเภทถั่ว ผักขม ผัดใบเขียวต่าง ๆ ข้าวสาลี และอาหารทะเล
4. ตับ
ถ้าคุณเป็นนักดื่มตัวฉกาจ ปีนี้ควรลดปริมาณลงบ้าง เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นฟู ดื่มน้อย จ่ายน้อย แถมสุขภาพดีอีกด้วย การรับประทานผักผลไม้ที่มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ช่วยให้ตับแข็งแรง และปลอดภัยจากโรคร้าย
5. อาวุธลับ
อาวุธประจำตัวที่ต้องดูแลรักษาเป็นอย่างดี ถ้าไม่อยากเป็นพวกนกเขาไม่ขัน วิธีการง่าย ๆ กับการยักย้ายส่ายสะโพกเหมือนคุณกำลังเล่นฮูลาฮุปเพียงวันละไม่กี่นาทีช่วยทำให้กระดุกเชิงกรานแข็งแรงขึ้น แถมอาวุธคุณยังได้ผ่อนคลาย มีความยืดหยุ่นดีขึ้นด้วย เพิ่มสมรรถภาพ และสามารถควบคุมมันได้ดีขึ้น
6. ดวงตา
ใช้มือนวดบริเวณขมับทั้งสองข้างอย่างช้า ๆ จากนั้นจึงค่อยๆ บริหารหลังตื่นนอนวันละ 6-8 ครั้ง เพื่อให้กล้ามเนื้อรอบดวงตาได้รับการผ่อนคลาย
7. หัวใจ
ดื่มนมสดชนิดที่มีไขมันต่ำ อย่างน้อยวันละ 2 แก้วทุกวันวิตามินดีจากนมจะช่วยป้องกันโรคความดันสูงและโรคหัวใจได้
8. บริเวณช่องท้อง
ออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กล้ามเนื้อ โดยเริ่มจากนั่งคุกเข่า ให้มือและเข่าอยู่บนพื้น ก้มศีรษะลง แผ่นหลังให้ตรงราบแล้วค่อย ๆ ยกตัว และกระดูกสะโพกไปข้างหน้า งอหลังให้สูงสุดเท่าที่จะทำได้ ดึงกล้ามเนื้อท้องขึ้น นับ 1-5 แล้วค่อยกลับสู่ท่าเริ่มต้น ทำวันละ 5 ครั้ง
9. กระเพาะอาหาร
หลังอาหารมื้อค่ำกระเพาะอาหารต้องการการไหลเวียนของเลือดจากกล้ามเนื้อท้องเพื่อช่วยในการย่อย อย่าหักโหมกับการออกกำลังกายเพราะจะทำให้ระบบย่อยอาหารปั่นป่วน ค่อย ๆ ผ่อนคลายหลังอาหารมื่อค่ำ และไม่ควรกินมื้อดึกมากเกินไป เพราะโรคอ้วนจะถามหาได้
10. หัวเข่า
บริหารหัวเข่าให้แข็งแรงด้วยการนอนหงายราบกับพื้น เหยียดขาตรง งอเข่าซ้าย ยกขาขวาขึ้นจากพื้นครึ่งหรือ 1 ฟุต ให้ปลายนิ้วเท้าขวาชี้ขึ้นข้างบน ยกขึ้นลงสลับกัน 5 ครั้ง จากนั้นเปลี่ยนขาทำเหมือนเดิม จะรู้สึกตึงบริเวณน่อง เสร็จแล้วสะบัดหัวเข่าให้รู้สึกผ่อนคลาย
11. ข้อเท้า
บริหารด้วยการยืนเท้าเปล่า และแยกเท้าออกจากกันเล็กน้อย ปิดตา และสูดดม หายใจลึก ๆ จากนั้นก็ค่อย ๆ ยกเท้าซ้ายพับขึ้นไปด้านหลัง ยืนดดยทิ้งน้ำหนักตัวบนเท้าขวา ทำสลับกัน บริหารท่านี้วันละ 5-7 ครั้ง ข้อเท้าจะแข็งแรงขึ้น
|
ผู้หญิงปัจจุบันเลือกผู้ชายเป็นแฟนไม่ใช่เลือกที่เงินหรือความหล่อ แต่เลือกคนมีสมองและสามารถเป็นผู้นำได้สุภาพบุรุษที่ให้เกียรติผู้หญิงถึงจะครองใจเธออยู่
เมื่อเธอนั้งรถของคุณ
เปิดประตูให้เธอทั้งขึ้นและลงรถ ถ้าคุณเป็นคนขับให้เธอนั่งคู่ไปกับคุณ แต่เมื่อคุณเป็นฝ่ายนั่งรถเธอคุณอาจอาสาขับรถให้ หากเธอยืนยันที่จะขับก็ไม่ต้องคาดคั้น แล้วในขณะที่เธอกำลังขับอยู่นั้น ห้ามสอนหรือวิจารณ์การขับรถของเธอเด็ดขาด
ให้เธอขึ้นรถก่อน
ไม่ว่าจะเป็นรถเมล์หรือรถไฟ คุณควรให้เธอขึ้นก่อน ส่วนตอนลงนั้นคุณควรลงก่อน เพื่อที่จะสามารถหันกลับไปช่วยได้ทันทีที่เธอต้องการความช่วยเหลือ
ช่วยขยับเก้าอี้ให้เธอนั้ง
ประกอบด้วย 3 ขึ้นตอน
1. ดึงเก้าอี้ให้ห่างออกมาจากโต๊ะให้มาก พอที่เธอจะเดินเข้าไป
2. ขณะที่เธอกลังย่อตัวนั่ง เลื่อนเก้าอี้ไปข้างหน้าเล็กน้อย อย่าให้ชนขาเธอเข้า
3. เมื่อเธอนั่งลงแล้ว ก็ขยับอีกเล็กน้อยจนอยู่ในตำแหน่งที่เธอพอใจที่สุด
ช่วยเธอถือของ
อย่าเพิ่งด่วนเข้าไปช่วยถือโดยไม่ถามความต้องการของเธอ เพราะสาว ๆ เดี๋ยวนี้อาจไม่ต้องการที่จะแสดงออกถึงความอ่อนแอหรือเปราะบาง
เดินถนนให้เธอเดินชิดใน
คุณควรเดินด้านนอก เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากถนน เช่น โคลนหรือฝุ่นที่จะกระเด็นมาโดนเธอ
ให้เธอเข้าลิฟท์ก่อน
เวลาขึ้นลิฟท์ควรรอให้เธอเข้าไปก่อน ส่วนเวลาออกจากลิฟท์ให้คนที่อยู่ด้านหน้าออกไปก่อนแล้วจึงตามออกไป
ให้เธอขึ้นบันใดเลื่อนก่อน
ควรให้เธอก้าวขึ้นไปก่อน ส่วนตอนก้าวออก คุณควรก้าวออกก่อนเสมอ เพื่อที่จะสามารถหันกลับไปได้ ในกรณีที่เธอต้องการความช่วยเหลือ
บนโต๊ะอาหาร
ไม่ควรพูดในขณะที่มีอาหารเต็มปาก และเคี้ยวอาหารโดยไม่ปิดปากเป็นอันขาด ถ้าหยากให้คะแนนดีละก็ ควรรอให้คนอื่น ๆ เริ่มทานอาหารก่อน และก็ควรใช้อุปกรณ์ให้ถูกต้อง ตักอาหารให้เธอก่อนจะตักให้ตัวเอง ส่วนเวลาที่ต้องการอะไรที่อยู่ไกล ๆ ก็ควรขอให้ผู้ที่อยู่ใกล้สิ่งนั้นช่วยหยิบให้แทนที่จะเอื้อมไปหยิบเอง
และที่สำคัญควรท่องให้ขึ้นใจว่า ผู้หญิงไม่ใช่เครื่องระบายอารมณ์ใคร อย่าจีบผู้หญิงพร้อม ๆ กันหลายคน และอย่าเอาความจริงใจของผู้หญิงเป็นอำนาจต่อรองหัวใจ เพราะนั่นไม่ใช่วิสัยของ "บุรุษ"
|
1. มองโลกในแง่ดี และมีอารมณ์ขัน
ถ้านั่นไม่ใช่บุคลิกจริงของคุณ เพียงแค่ร่าเริง ดีใจที่ได้พบและพูดคุยกับเธอ ทำให้เธอรู้สึกว่าความสดใสของเธอมีประโยชน์ต่อคุณ
2. ให้เธอรู้สึกว่า เธอเป็นคนพิเศษของคุณให้ได้
สนใจเรื่องของเธอ ความคิดความรู้สึก ความชอบของเธอ อย่าพูดแต่เรื่องของตัวคุณเองเพราะนั่นเป็นเรื่องน่าเบื่อแน่นอน
3. อย่าแสดงว่าคุณคบกับเธอเพื่อความต้องการทางเพศ
เพราะเมื่อความรักสุกงอมมันก็จะเป็นไปเอง ผู้หญิงอยากมีค่ามากกว่าเรื่องนั้น เมื่อถึงเวลาเธอจะให้ด้วยความต้องการของเธอเอง
4. ต้องทำตัวเป็นสุภาพบุรุษทั้งใจ และกาย
ทำให้เธอรู้สึกว่าคุณไม่มีความน่ากลัวใด ๆ ไม่ใช่คอยหาโอกาสจะแต๊ะอั๋งลูกเดียว เพราะนั่นจะทำให้เธอตีตัวออกห่าง
5. หัดรู้จักสังเกตเธอเสียบ้าง
เป็นต้นว่าเสื้อผ้า ต่างหู รองเท้าคู่ใหม่ กระเป๋าถือ แล้วเลือกที่จะชมเธอให้เป็น
6. อย่าจ้องส่วนใดส่วนหนึ่งในร่างกายเธอเป็นพิเศษ
โดยเฉพาะหน้าอก เป้ากางเกง สะโพก เป็นอันขาด เพราะมันบ่งบอกว่าคุณคิดบางอย่างกับเธอ
7. หลังจากที่มีนัดกับเธอ
พบหน้าคราวต่อไปด้วยการยื่นดอกไม้สักช่อหรือการ์ดสักแผ่นก็ไม่เสียหายแถมยังทำให้เธอรู้สึกว่าคุณเป็นคนน่ารักอีกต่างหาก
8. หมั่นดูแลเอาใจใส่ตัวเองอยู่เสมอ
คงไม่ต้องถึงกับเป็นคนสำอางทุกระเบียด แค่รักษาความสะอาดก็พอ เพราะการที่คุณดูแลตัวเองดี สามารถสะท้อนได้ว่า คุณก็ดูแลเธอได้ดีเช่นกัน
9. อย่าด่วนแสดงท่าทีขึ้หึง
เมื่อเธอเล่าเรื่องชายหนุ่มคนอื่นให้ฟัง การนิ่งฟังอย่างสงบจะทำให้เธอแปลกใจ
10. ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่น
ดูแลเธอ อยู่ข้างเธอเสมอเมื่อเธอต้องการใครสักคน อย่าให้เธอรู้สึกโดดเดี่ยว
11. อย่าทำตัวเป็นเจ้าของเธอ
อย่าซักไซ้เรื่องไม่เข้าเรื่อง สงบและไตร่ตรองเข้าไว้แม้คุณจะเห็นเธอกับหนุ่มอื่น คุณยิ่งตาม และแสดงความเป็นเจ้าของมากเท่าไหร่เธอก็จะยิ่งหนี หากคุณเฉยรับรองว่าเธอจะตามคุณเอง
12. รักษาเวลาในการนัดหมาย
ผู้ชายควรไปก่อนนัด อยู่ในจุดที่เธอมองเห็นคุณได้ง่ายเมื่อเธอมาถึง ยิ้มให้หรือแสดงอาการตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้เจอ
13. ตั้งเป้าหมายชีวิตตัวเองไว้
แล้วพูดคุยกับเธอ ไม่มีใครอยากฝากชีวิตของตัวเองไว้กับคนไร้จุดหมายหรอก อย่าเป็นคนขึ้ตืด แต่ไม่ต้องเป็นเจ้าบุญทุ่ม ถ้าคุณมีน้อยก็เลือกอะไรที่สมฐานะก็พอ แต่ต้องมีรสนิยม จำไว้ว่าของที่มีรสนิยมไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงเสมอไป
14. ไม่ควรเร่งร้อนจนเกินไป
เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเธอไปก่อน ขอเพียงคุณเป็นคนที่เธอนึกถึงทุกครั้ง เมื่อมีปัญหาก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว
15. ความรักเป็นเรื่องละเอียดอ่อน
ดำเนินความรักด้วยอารมณ์ของคนสองคน คุณสร้างอารมณ์ร่วมของความรักขึ้นมาได้ เพียงแต่คุณรู้จักเอาอกเอาใจ และแสดงว่ารักเธอ การโอบกอดอย่างอบอุ่น และการสัมผัสที่รัดรึงก็จะเป็นของขวัญแห่งความรัก
|
เทคนิคที่ทำให้คุณ และเธอเร่าร้อน เร้าอารมณ์เซ็กซี่มากกว่าแค่มีเซ็กซ์ ก่อนอื่นคุณต้องจัดบรรยากาศให้โรแมนติกเท่าที่จะทำได้ เช่น จุดเทียน หรือหรี่ไฟลง หรือ หากคุณมีบ้านพักบนเขาที่มีอากาศเย็นสบาย แสงสีส้มจากเตาผิงยิ่งเพิ่มความโรแมนติกได้มาก อาจจะมีไวน์ดี ๆ สักขวด กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากดอกไม้
นวดเร้าใจ
การผลัดกันนวดเนื้อนวดตัวเป็นสิ่งที่ใกล้ชิด เร้าใจมากพอ ๆ กับการเมคเลิฟ การนวดต้องเป็นไปในเชิงเย้ายวนต่อผิวสัมผัสของเธอ
ถูน้ำมันลงบนฝ่ามือทั้งสองข้างก่อนทา ลูกบน้ำมันนวดตัวเพียงบางเบาที่ไหล่ และ หลัง ช่วงต่อของลำคอ และไหล่เป็นจุดที่ดีสำหรับการเริ่มต้นการนวด ใช้เวลากับส่วนนี้ราว 20 นาที
ให้ฝ่ามือสัมผัสกับผิวเนื้ออยู่ตลอดเวลา ลากมือเป็นทางยาวออกไป โดยเคลื่อนไหวร่างกายทั้งตัวเป็นจังหวะเดียวกับการลากมือแต่ละครั้ง
นวดตัวเธอให้ต่ำลงไปเรื่อย ๆ ดดยหลีกเลี่ยงส่วนที่เป็นกระดูกเปลี่ยนกันนวด หลังจากคุณนวดตั้งแต่ไหล่ถึงหลังส่วนล่างเสร็จแล้ว
อ่างรัก
การอาบน้ำกับคนที่คุณรัก จะทำให้แค่การอาบน้ำกลับกลายเป็นความผูกพันที่คุณทั้งสองสามารถสนุกสนานได้ด้วย และวิธีสร้างความชื่นบานให้กันและกัน คือ
เติมน้ำมันหอมระเหยที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ซึ่งเชื่อกันว่ามีคุรสมบัติในการเร้าอารมณ์ได้ อย่างน้ำมันของดอกมะลิ กุหลาบ หรือกระดังงา ลงไปในขณะเปิดน้ำ 2-3 หยด จะยิ่งเพิ่มอารมณ์ได้มากขึ้น
จุดเทียนสร้างบรรยากาศและดนตรีหวาน ๆ เย็น ๆ จะทำให้การแช่ตัวในอ่างอาบน้ำเกิดความสุนทรีย์ยิ่งขึ้น
สัมผัสเท้า
เป็นส่วนที่รวมเส้นประสาทที่ไวต่อการสัมผัสอยู่นับพันเส้น การนวดจุดที่สำคัญบนฝ่าเท้าให้แก่เธอ จะทำให้รู้สึกผ่อนคลายร่างกายทุกส่วนใด้
ทาโลชั่นสำหรับเท้า โดยถูกบนฝ่ามือของคุณก่อนทา
ใช้มือทั้งสองข้างนวดเท้าข้างหนึ่ง โดยให้ความสำคัญกับส่วนต่าง ๆ ของเท้าทีละส่วน ใช้นิ้วหัวแม่มือกดให้จมลงไปในเท้า ฝดดยลากนิ้วไปสั้น ๆ ทีละนิด ๆ เริ่มนวดตั้งแต่นิ้วโป้งด้านล่างไปจนถึงโหนกเท้าด้านล่าง จากนั้นนวดเรื่อยลงไปตามความยาวของเท้า และตั้งแต่ส้นเท้าด้านล่างไปถึงข้อเท้า
ส่วนที่เป็นกระดูดที่อยู่ตรงด้านหน้าคือบริเวณที่กระตุ้นอารมณ์ได้ และยังสามารถลดความตึงเครียด จากการใส่รองเท้าส้นสูงเดินไปมาตลอดทั้งวัน มันทำให้เธอผ่อนคลายมากขึ้น
|
เทคนิคการนวดเพื่อกระชับความสัมพันธ์ |
การนวดมีอยู่หลายตำรา ไม่ว่าจะเป็นแบบเตอร์กิซหรือแบบสวีดิช การนวดเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ คงคล้ายคลึงกันทุกตำรา แต่การนวดเพื่อกระชับความสัมพันธ์ของคุณ และคู่ต้องให้ความสำคัญกับส่วนที่ไวต่อความรู้สึก ใช้ปลายนิ้วไล้ลูบบริเวณหน้าอก และต้นขาด้านใน พยายามให้มือของคุณสัมผัสเธอตลอดเวลา
เทคนิคการนวดที่ดี
1. ใช้มือจับไหล่เธอทั้ง 2 ข้างบีบเบา ๆ ไปตามลำแขน และแผ่นหลัง ยกช่วงไหล่ให้แอ่นขึ้นเล็กน้อยแล้วปล่อยลง
2. ต่อมาใช้ฝ่ามือกดไล่ไปตามแผ่นหลังขึ้นไปที่ช่วงบนไหล่ และใช้ปลายนิ้วนวดบริเวณลำคอ ระวังเรื่องการกดน้ำหนักอย่าแรงเกินไป
3. แขน ในขณะที่คุณนวดหลังให้เธอ คุณยกแขนของเธอขึ้น-ลง เป็นการทำให้แขนของเธอมีการเคลื่อนไหว
4. ขา และก้น นวดทีละข้าง โดยใช้มือทั้งสองข้างจับทีละขา จับมาถึงส่วนก้น ขยับไหล่ไปตามความยาวของขาดึงนิ้วเท้าให้ทีละนิ้วจับขาเธอขึ้น และดัดทีละข้าง รวมทั้งการใช้นิ้วนวดบริเวณก้นให้เธอด้วย
5. ฝ่ามือและฝ่าเท้า เท้าเป็นส่วนที่เซ็กซี่ส่วนหนึ่ง อาจนวดแยกออกมาโดยใช้เวลากับมันพอสมควร การนวดเพื่อผ่อนคลายเป็นสิ่งที่ควรทำ
6. หน้าอก การนวดหน้าอกต้องให้เธอพลิกตัวนอนหงาย สัมผัสให้แผ่วเบา เซ็กซี่และปลุกเร้าอารมณ์
7. ใบหน้าเป็นจุดที่สำคัญอีกจุดหนึ่งเพื่อให้เธอสบาย ควรชโลมน้ำมันบนใบหน้าแล้วใช้ผ้าอุ่น ๆ ประคบสักครู่ ใช้นิ้วลูบไล้เส้นผมของเธอ และนวดให้เธอรู้สึกสบาย
การนวดเป็นทางเลือกเพื่อเติมสีสันให้ชีวิตคู่ของคุณอีกทางหนึ่งและกระชักความสัมพันธ์ของคุณให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
|
ผู้เชี่ยวชาญได้แนะนำการจุมพิตพิชิตใจสาวไว้ลองทำตามดู เพื่อสร้างความน่าหลงใหล และประทับใจเธอ
ผ่อนคลาย
การผ่อนคลายจะนำมาซึ่งการรับรู้ถึงอารมณ์และสัมผัสได้อย่างชัดเจนทำให้เธอรู้สึกสบายอย่าใจร้อน เพราะมันจะทำให้เธอตั้งตัวไม่ทัน
เล่นลิ้นกับเธอ
เคลื่อนไหวรอบ ๆ ปาก ใต้ลิ้น และฟันอย่างช้า ๆ เป็นการกระตุ้นต่อมรับรสได้เป็นอย่างดี
ใส่ความหลากหลาย
ทดลองดูหลาย ๆ แบบตั้งแต่การสัมผัสเบา ๆ ไปจนถึงหนักหน่วง หรือจะเป็นวิธีการควานหาบางอย่างในปากเธอ
เนิ่นนาน
หยุดนิ่ง ๆ อย่างน้อย 10 วินาที การจุมพิตที่อ้อยอิ่ง นำไปสู่ความรักที่ลึกซึ้งลงไปกว่าความใคร่ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญต่อชีวิต จะรู้สึกได้ถึงความใกล้ชิดอันเป็นพื้นฐานของความสัมพันธ์
ท่วงท่าที่อ่อนโยน
คุณลองเปลี่ยนจากความดุดันมาเป็นท่วงท่าทีอ่อนละมุนขึ้น มันทำให้เธอรู้สึกดีกว่าการจุมพิตแบบกระหายมากนัก
ทดลองวิธีเหล่านี้ แล้วคุณจะรู้ว่าสามารถเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับเธอให้ดีขึ้นได้และยังเป็นวิธีบอกความรู้สึกที่คุณมีต่อเธอโดยไม่ต้องใช้คำพูดใด ๆ เลย...
|
นับเป็นการยากหากจะเอาใจแฟนด้วยการซื้อชุดชั้นในให้เธอ แต่ก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้ เพียงแต่ต้องรู้ขั้นตอนต่อไปนี้
1. รู้ขนาดยกทรงของเธอ
อย่างน้อยต้องรู้ว่า เธอมีรอบอกเท่าไร โดยดูได้จากป้ายด้านในของเสื้อยกทรงของเธอ เช่น 87 คัพ เอ หรือ 88 คัพ บี ตัวเลขเป็นขนาดรอบอก ส่วนคัพคือ ขนาดของเต้า คัด บี จะมีขนาดกว้างลึกกว่าคัพ เอ สามารถเก็บเนื้อของทรวดทรงเธอไว้ให้หมด
เรื่องขนาดมีความสำคัญมาก สำหรับยกทรงประเภทที่มีโครง เพราะหากขนาดแคบเกินไปก็จะรัด และทำให้เจ็บได้
ส่วนเรื่องสายรัดไม่มีปัญหา เพราะเป็นยางยืด และมีตัวล็อคที่ผ่อนสั้น-ยาวได้ หรือวิธีง่าย ๆ ที่จะให้ได้ขนาดที่พอดีคือ หยิบมาเป็นตัวอย่างสักตัวแล้วยื่นให้พนักงานขาย คุณก็จะได้ขนาดที่ถูกต้อง
2. รูปแบบของชุดชั้นใน
BABY-DOLL เป็นชิ้นเดียวแบบยกทรงเชื่อมกับกระโปรงในตัว
BUSTER แบบยกทรงรัดเต็มตัวตั้งแต่ใต้อกจนถึงเอว
TEDDY แบบบอดี้สูทคือ ยกทรง และกางเกงในเป็นชิ้นเดียวกันคล้ายชุดว่ายน้ำวันพีช
SUSPENDER BELT แบบมีสายรัดเชื่อมยกทรงกับถุงน่องในชิ้นเดียวกัน
โชคดีของคุณที่ผู้หญิงไทยส่วนใหญ่สวมแค่ยกทรง และกางเกงในเพียง 2 ชิ้น แต่ถ้าคุณอยากจะเซอร์ไพรส์เธอด้วยรูปแบบแปลกใหม่ ก็สามารถทำได้
3. คิดแบบผู้หญิง
คุณต้องดูถึงวัสดุที่นำมาทำว่าเป็นผ้าแบบยืดหยุ่นสวมสบายหรือไม่ มีการตกแต่งด้วยลูกไม้ กระดุม โบ หรือสีสันที่น่ารักถูกใจหรือเปล่า
หากคุณเลือกซื้อได้ถูกใจเธอจริง ๆ ก็เป็นเครดิตว่าคุณรู้ใจผู้หญิงแค่ไหน
|
ใบหน้านั้นมีส่วนสำคัญกับบุคลิกภาพมาก เพราะใบนห้าเป็นจุดแรกที่เห็นชัดที่สุดในการสร้างความประทับใจ การเลือกแว่นตา ทรงผมหรือแม้แต่การไว้หนวดเคราให้รับกับใบหน้าจึงมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมบุคลิกภาพการที่ทำให้ผู้อื่นประทับใจจากใบหน้าถือว่าประสพความสำเร็จไปกว่าครึ่งแล้ว ก่อนอื่น จะต้องรู้จักลักษณะใบหน้าของคุณเพื่อการเลือกแว่น และทรงผมให้เหมาะสมโดยมีข้อแนะนำง่าย ๆ ดังนี้
==>ใบหน้ารูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส
จะต้องพรางให้หน้าดูยาวขึ้น โดยการเลือกแว่นที่มีความก้าวของกรอบแคบ โดยสามารถมีลักษณะโค้งมนได้ เพื่อให้หน้าไม่ดูเหลี่ยมมากเกินไป ส่วนทรงผมให้หวีผมด้านหน้าสูง ด้านข้างหวีเรียบ ห้ามไว้ผมด้านข้าง แต่ผมด้านหลังควรไว้ให้หนายาวเพื่อให้หน้าดูยาวขึ้น
==>ใบหน้ารูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า
ควรเลือกกรอบแว่นที่มีความกว้างมาก เพื่อให้หน้าดูแคบลงโดยทรงผมนั้นควรเลี้ยงผมด้านข้างให้ยาวหนา และหวีผมด้านหน้าให้ปรกหน้าผากลงมา เพื่อให้หน้าดูสั้นลง และไม่ควรไว้ผม ด้านท้ายทอยให้ยาว
==>ใบหน้ารูปไข่
คนที่มีใบหน้ารูปนี้สามารถเลือกทรงผม หรือกรอบแว่นอย่างไรก็ได้ โดยให้เหมาะสมกับลักษณะการทำงาน และการใช้ชีวิตประจำวัน
==>ใบหน้ารูปสามเหลี่ยม
ควรเลือกกรอบแว่นคล้ายเรย์แบน คือมีลักษณะย้อยลงมาด้านล่าง ส่วนทรงผมให้ไว้ผมด้านหลังยาวโดยหวีผมเปิดไปด้านหลังให้มากที่สุด
==>ใบหน้ารูปวงกลม
ไม่ควรเลือกกรอบแว่นที่เป็นทรงกลม แต่อาจใช้วงรีก็ได้ โดยให้มีลักษณะเป็นรียาว ซึ่งความกว้างของกรอบนั้นควรจะแคบ หรืออาจเป็นสี่เหลี่ยมแคบ ๆ ส่วนการไว้ทรงผมนั้น ควรยก้านหน้าให้สูง ด้านข้างหวีเรียบ เพื่อให้หน้าดูยาวขึ้น และไม่ควรแสกกลาง
|
การโกนหนวดนอกจากจะทำให้คุณดูหมดจดมีบุคลิกดีแล้ว มันยังช่วยกระตุ้นให้เซลล์ที่หมดอายุแล้วหลุดออก ทำให้ใบหน้าเลี้ยงเกลา ไม่เกิดการอุดตันของรูขุมขน และการโกนหนวดจนเกลี้ยงสนิท ยังทำให้คุณก้าวเท้าออกจากบ้านได้อย่างมั่นใจมากขึ้น วิธีการโกนหนวดนั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 วิธี คือ แบบเปียก (Wet) และ แบบแห้ง (Dry)
การโกนหนวดแบบเปียก
-เป็นที่นิยมมากที่สุดในหมู่ผู้ชาย สิ่งที่สำคัญคือ คุณจะต้องทำให้หนวดเคราของคุณเปียก และนุ่มที่สุดก่อน
-การทาครีมโกนหนวดหรือเจลโกนหนวดทิ้งไว้สักครู่ช่วยให้เส้นขนนุ่มและโกนได้ง่าย เกลี้ยงเกลาขึ้น
-ใบมีดโกนที่คมจะทำให้คุณกำจัดเส้นขนได้ทุกต้นตอ ควรจะเปลี่ยนใบมีดใหม่ ถ้าหากมีดโกนเริ่มฝืด เพราะจะทำให้ผิวหน้าระคายเคือง และเกิดการอักเสบได้
-เมื่อเริ่มโกนหนวด คุณจะเลือกวิธีโกนตามแนวลง หรือโกนย้อนแนวเส้นขน ก็แล้วแต่ความถนัด เพราะหลักสำคัญจริงๆ นั้น อยู่ที่ความคมของใบมีด และการวางแนวใบมีดให้พอดีชิดกับผิวจนไม่เหลือช่องว่าง
การโกนหนวดแบบแห้ง
-คือ การโกนหนวดดดยใช้เครื่องโกนหนวดนั่นเอง สิ่งสำคัญของการโกนหนวดแบบนี้ อยู่ที่คุณจะต้องทำให้หนวดของคุณแห้ง และแข็งที่สุด เพราะฉะนั้นอย่าล้างหน้าก่อนโกนหนวดเด็ดขาด
-คุณควรใช้น้ำยาก่อนการโกนหนวด หรือพรีเชฟ (Preshaves) ชนิดที่แห้งเร็ว ๆ หน่อย ก็จะช่วยให้คุณโกนหนวดอย่างสะดวกรวดเร็วและได้ผลดียิ่งขึ้น
อีกอย่างที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับหนุ่ม ๆ สมัยใหม่
อาฟเตอร์เชฟ (After Shaves) หรือน้ำยาหลังโกนหนวด ซึ่งมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เพื่อฆ่าเชื้อโรค รวมทั้งมีสมุนไพร และตัวยาที่จะช่วยสมานแผลกับรอยถลอกที่เกิดขึ้นจากการโกนหนวดได้อีกด้วย คุณจะรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า มีผู้หญิงจำนวนไม่น้อยที่หลงใหลกลิ่นหอมสะอาดของอาฟเตอร์เชฟนี้เพราะมันทำให้คุณดูเป็นหนุ่มบุคลิกดี
|
ผู้ชายส่วนใหญ่มักเชื่อว่า การไว้หนวดเคราช่วยให้ดูเป็นแมนมากขึ้น เพราะหน้าจะดูคมเข้ม ไม่จืดชืด
วิธีการแต่งหนวดง่าย ๆ 6 วิธี คือ
1. ตัดแต่งหนวด และเคราอย่างน้อยทุก 2 อาทิตย์ หรือทุก ๆ 2-3 วัน
2. ใช้เครื่องมือที่มีคุณภาพ คม ไม่ว่าจะเป็นกรรไกร หรือเครื่องโกนหนวดไฟฟ้า
3. ในการตัดแต่ง จำไว้ว่าตัดส่วนล่างของหนวดก่อน
4. หนวดจะดูดี และเรียบร้อยก็ต่อเมื่อไม่ยาวเลยริมฝีปากบน
5. เมื่อตัดแต่งเสร็จแล้ว เครายังแหลมไม่เข้ารูปอาจจะฉีดสเปรย์หรือใส่เจลเล็กน้อย ช่วยให้เคราแข็งขึ้น และจัดทรงง่าย แต่ถ้าเคราแข็งหยาบกระด้างให้ใช้แว็กซ์หรือขี้ผึ้งสำหรับทาหนวดช่วยให้นุ่มขึ้น
6. ถ้าอยากให้เคราบางลง หวีเสยขึ้น แล้วใช้มีดโกนไฟฟ้าตัดส่วนล่างออก
ส่วนเคราหรือหนวดที่ขึ้นเป็นขนอ่อน ๆ อย่าเพิ่งรีบไปโกนออก รอให้ขึ้นไปเรื่อย ๆ สัก 1 เดือน เพราะปกติแล้วเคราที่คางจะยาวเดือนละประมาณ 3/4 นิ้ว รอให้ยาวพอสมควรแล้วค่อยเล็มแต่งหนวด อยากมาดเข้มก็ต้องใจเย็น ๆ
|
โดยทั่ว ๆ ไปแล้วคนไทยมักไม่ค่อยนิยมใส่สูททำงานนัก ดังนั้นการมีสูทสัก 2 ชุดก็น่าจะเพียงพอ แต่สำหรับบางท่านที่จำเป็นต้องใส่สูททุกวัน ควรมีอย่างต่ำ 8 ชุด สูทแต่ละชุดนั้นมีราคาค่อนข้างสูง การเลือกสูทให้เหมาะนั้นจึงเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความพิถีพิถัน "เป็นอย่างมาก"
สไตล์ของสูทโดยทั่วไปมี 3 สไตล์คือ
1. สไตล์อเมริกัน
รูปแบบของชุดจะตรงดิ่งตลอดจากอกถึงสะโพก แล้วเสริมไหล่ด้านหลังมีรอยผ่ากลางเพียงรอยเดียว ตำแหน่งของแขนเสื้อต่ำ รอยหยักตรงปกเสื้อมีขนาดกว้างปานกลาง ปกตินิยมติดกระดุมเสื้อเม็ดเดียว บางแบบตรงเอวอาจคอดเข้ารูปบ้างเล็กน้อยตามสมัยนิยม ทรงของสไตล์อเมริกันเป็นแบบตรงไปตรงมา ช่วยปกปิดส่วนที่ไม่น่าดูของร่างกาย และไม่มีอะไรหวือหวามากนัก เหมาะกับหนุ่มประเภทรุ่นใหญ่ไหล่กว้าง หน้าอกบึกบืน ใส่แล้วหล่อระเบิดเชียวล่ะ...
2. สไตล์ยูโรเปี้ยน
ค่อนข้างสะโอดสะอง เข้ารูปเป็นตัว วี เห็นสัดส่วนของผู้สวมใส่ โดยเฉพาะตรงบริเวณหน้าอก และเอว สูทสไตล์นี้จะเสริมฟองน้ำตรงหัวไหล่ ช่วงแขนเสื้อสูง คอปกเสื้อแคบแต่มีปลายหยักแหลม กางเกงมีจีบ ด้านหลังไม่มีรอยผ่า เป็นแบบที่ผู้ใส่ต้องการความพิเศษมากกว่าวันทำงาน เหมาะกับหนุ่มที่มีความสูงเกิน 180 เซนติเมตร ขึ้นไป
3. สไตล์อังกฤษ
เป็นแบบที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ทรงเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น เสริมไหล่เล็กน้อย สะโพกเข้ารูปพอสังเกตออก ด้านหลังตัดชายแบ่งออกเป็นสองร่องลึก กางเกงต้องเป็นแบบมีจีบและมีรอยตรงปลายขา กระเป๋าเสื้อมีฝาปิดเป็นรูปเหลี่ยมเน้นที่การตัดเย็บที่ทำให้ผู้สวมดูดีมีรสนิยม
|
ในการเลือกเสื้อเชิ้ตนั้นต้องเลือกให้เข้ากับสูท และเนคไทที่คุณมีอยู่ ทางที่ดีที่สุดควรเลือกเสื้อเชิ้ตสีอ่อน ๆ เรียบ ๆ ไว้ เพื่อความง่ายในการจัดให้เข้ากับสูท และเนคไท สิ่งที่สำคัญในการเลือกซื้อควรดูที่ปกเสื้อ เลือกให้เหมาะกับใบหน้าของคุณ โดยแยกประเภทออกได้ดังนี้
ใบหน้ากว้าง (คอสั้น)
ใบหน้าประเภทนี้ควรใช้คอปกแบบต่ำหรือแบบลึก จะช่วยทำให้ลำคอดูระหงขึ้น เพราะปลายคอปกที่ยาวจะช่วยให้ใบหน้าดูแคบลงได้ ควรเลี่ยงการใช้คอปกเล็ก แบบมีแท็บแบบปลายมน และแบบใช้เข็มเสียบ รวมทั้งคอปกสีขาวด้วย เพราะจะทำให้ใบหน้าดูใหญ่ขึ้น
ใบหน้ารูปไข่
มีข้อควรระวังอย่างเดียวคือ เลี่ยงปกปลายใน เพราะความมนจะรับกับใบหน้า ที่มนอยู่กลายเป็นมนกลังสอง ควรเปลี่ยนมาเป็นปกแบบแหลมจะเหมาะกว่า ส่วนความกว้าง หรือเล็กนั้นตามความเหมาะสม
ใบหน้าแคบ แถมคอยาวอีก
คอปกแบบตั้งที่มีปลายบานพอประมาณน่าจะดี เพราะมันจะช่วยทำให้ใบหน้าดูกว้างขึ้น ควรเลี่ยงการใช้ปกเสื้อแบบยาวเรียว และคอปกแคบ ปกเสื้อแบบที่ใช้ร่วมกับเข็มเนคไท น่าจะไปด้วยกันได้
วิธีการเลือกซื้อเสื้อเชิ้ต
ไม่ว่าคุณจะเลือกเสื้อเชิ้ตรูปแบบ สีสันอย่างไรนั้น หลักสำคัญในการเลือกซื้อเสื้อเชิ้ตทุกครั้ง ควรตรวจตราในจุดเหล่านี้
1. ดูความเรียบร้อยของการตัดเย็บ รอยตะเข็บ ต้องไม่มีปลายด้ายรุ่ยตลอดทั้งตัว
2. ควรดูรอยตะเข็บตรงคอปก ซึ่งเป็นตัวยืดแผ่นแข็งภายในให้คอปกตั้งได้รูป รอยตะเข็บนี้ไม่ควรห่างจากขอบริมปกเกิน 1/4 ของนิ้ว ควรมีสี และลวดลายเช่นเดียวกับเนื้อผ้าด้วย
3. ถ้าคอปกไม่มีกระดุม ควรดูด้วยว่ามีแผ่นเสริมพิเศษบ้างไหม แผ่นเสริมพิเศษนี้ จะช่วยยืดปลายคอปกให้ตั้งอยู่เสมอ
4. ตรวจดูกระดุม ทั้งตรงสาบหน้าอก และปลายแขนเสื้อว่าแน่นดีหรือไม่
5. กระดุมเม็ดสุดท้ายควรอยู่ในระดับต่ำกว่าเอวเวลาสวม เพื่อชายเสื้อจะได้ไม่แผ่ออกและเปิดช่องว่างโชว์พุง
หลากสไตล์ ใช้ให้เหมาะ
1. Spread Collar
แบบปกที่ได้รับความนิยมในอเมริกา และยุโรป ลักษณะของปกจะสั้นตรงปลายแยกกางออกเหมาะจะใส่กับสูทหรือเบลเซอร์ ไม่เหมาะกับหนุ่มหน้ากลม ถ้าใบหน้าคุณค่อนข้างยาว หยิบเชิ้ตคอปกแบบนี้มาใส่จะทำให้คุณเป็นหนุ่มทันสมัยขึ้นมาทันที
2. Tab Collar
ปกสั้นมี Tab ซ่อนอยู่ใต้ปมเนคไทเพื่อให้ปกกระชับเข้ารูปกับปกมเนคไท คือแบบของปกเชิ้ตชนิดนี้ เหมาะกับงานที่ค่อนข้างเป็นทางการ และเข้ากับสูทหรือเบลเซอร์ได้อย่างดี เพียงแต่ต้องเป็นหนุ่มที่มีคอค่อนข้างยาว ใบหน้าผอมเรียว ถ้าเป็นหนุ่มไม่มีคอแถมหน้ากลม คอปกแบบนี้ จะทำให้ดูตันเข้าไปใหญ่
3. Banded Collar
ถ้าคุณไม่สนใจที่จะผูกเนคไทล่ะก็ เลืกเชิ้ตที่มีขอบปกตั้งขึ้นคล้าย ๆ กับคอจีนก็ได้ คอปกแบบนี้ยังช่วยให้ภาพพจน์ผู้สวมใส่ดูจริงจัง และขรึมได้ ถ้าสวมแจ๊คเก็ตสูททับ แต่ถ้าใส่เดี่ยว ๆ ไม่มีแจ็คเก็ต จะดูรีแล็กซ์ และทันสมัยกว่า
4. Button-Down
เป็นปกเชิ้ตที่มีรูปแบบอนุรักษ์นิยมที่สุด สังเกตง่ายคือ มีกระดุมติดปลายปกทั้ง 2 ข้างตามสไตล์ชาวอังกฤษ ปกที่อ่อนจะได้ไม่เผยอขึ้นมารบกวนใบหน้าช่วยยืดปกให้คงรูปตลอดเวลาปลายปกค่อนข้างยาว เหมาะกับหนุ่มที่หน้าค่อนข้างแหลม
5. British Spread Collar
ลักษณะปลายปกจะสั้น และแยกกว้างกว่าแบบ Spread Collar คนหน้ากลมควรหลีกเลี่ยงหยิบเสื้อเชิ้ตคอปกแบบนี้ ให้คนหน้าผอมยาวใส่จะเหมาะกว่า
6. Straight Collar
คอปกเชิ้นที่ปลายปกยาวแต่ไม่แหลมมาก เป็นสไตล์ที่เหมาะกับหนุ่มหน้ากลม ปกควรยาวประมาณ 2 5/8-2 7/8 นิ้ว ใส่คู่กับแจ็คเก็ตคอแบะปกกว้างสัก 3 นิ้วครึ่ง และเนคไทกว้างประมาณ 3 นิ้วนิด ๆ รับรองว่าคุณจะหล่ออย่างมีสไตล์ได้ไม่ยาก
|
แม้ว่าการเลือกเนคไทจะไม่ต้องลองผูกเพื่อเลือกขนาดเหมือนเสื้อหรือกางเกง แต่การเลือกเนคไทสักเส้นก็มิใช่เรื่องง่าย เนื่องจากลวดลาย และสีสันที่มีหลากหลาย การเลือกนั้น ดูที่สี ควรเลือกให้เหมาะกับเสื้อเชิ้ตจะดีที่สุด ส่วนใหญ่แล้วเนคไทมีลายจะดูดีกว่าแบบสีพื้น
ลายขวาง
เหมาะกับนักธุรกิจ แทบจะเรียกได้ว่าเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวไปแล้ว เพราะให้ความรู้สึกเรียบร้อย และเป็นการเป็นงานดี
ลายลูกน้ำหรือดอกจิก
ขนาดของลายจะเล็ก รูปแบบมีทั้งวงกลม วงรี และดอกจิก บางครั้งมีพื้นแบคกราวด์สีขรึมก็สวยไม่เบา เหมาะกับงานกลางคืนมากกว่ากลางวัน
ลายจุด
ไม่ว่าจะจุดเล็กหรือจุดใหญ่ก็เหมาะกับคนช่างแต่งตัว ชอบความคลาสสิค และความเรียบง่าย
ลายหมากรุกหรือลายสก๊อต
ลายที่มีแบบฟอร์มชัดเจนกับรูปทรงสี่เหลี่ยมตารางหมากรุก ใช้กับงานในบรรยากาศสบาย ๆ เป็นกันเอง แต่ไม่ควรแม็ทช์กับสูทลายเส้น จะทำให้ลายตาไปทั้งตัว
ลายกราฟฟิคหรือเราขาคณิต
เด่นที่ลวดลาย และสีสันที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นลายดอกไม้ ผลไม้ ใบไม้ แอ็บสแตร็คท์ เหมาะกับหนุ่มที่มีความมั่นใจในตัวเอง และผู้นิยมความทันสมัย
|
สไตล์ของกางเกงโดยทั่วไปนั้น ไม่มีหลักอะไรที่ยุ่งยากมากนัก เพียงแต่เลือกสีสัน และเนื้อผ้าให้เหมาะสม สวมใส่สบาย กางเกงสไตล์เรียบง่ายดูจะเป็นทางเลือกที่ดีในการเลือกซื้อ เพราะรูปแบบที่ง่ายก็ง่ายต่อการเลือกใส่ให้เข้ากับเสื้อผ้าแบบต่าง ๆ ทั้งยังเหมาะที่จะใส่ไปได้ทุกโอกาส เรามีวิธีสังเกตกางเกงมาแนะนำ เผื่อเวลาที่ต้องช้อปปิ้งคนเดียว ไม่มีสาวไปช่วยดู
==>โดยทั่วไปกางเกงมีทั้งแบบมีจีบ และไม่มี แบบมีจีบมีเพื่อไม่ให้อึดอัดเวลานั่งทำให้สวมใส่สบายมากกว่า
==>เอวกางเกงที่พอดีคือที่เอง ไม่ใช่ที่สะโพก
==>กระดุมกางเกงควรอยู่บริเวณสะดือ ถ้าอยู่ต่ำกว่านี้จะทำให้เป้ากางเกงห้อยลงมา เมหือน ชาลี แชปปลิ้น
==>ควรลองสวมกางเกงดูอย่าให้คับเกินไป สังเกตที่กระเป๋ากางเกงด้านฃ้างจะต้องแนบไปตามสะโพก และจีบของกางเกงไม่ควรเปิดออกมา
==>หากต้องสวมกางเกงกับสายรัดกางเกง ขอบกางเกงควรสูงกว่าปกตอ และความยาวควรยาวกว่าเดิมเล็กน้อย
==>ความยาวของกางเกงควรยาวประมาณ 1/2 ของความสูงของรองเท้า โดยมีความกว้างที่ประมาณ 3/4 ของรองเท้า การสวมกางเกงที่ปลายขาแคบจะทำให้เท้าดูใหญ่ขึ้น
==>การเบิ้ลปลายขากางเกง ควรมีขนาดประมาณ 1/2-1 นิ้ว ถ้าคนสูงอาจเพิ่มระยะมากขึ้น
==>หนุ่มที่มีส่วนสูง 175 ซม. หรือน้อยกว่า ควรเย็บปลายขาประมาณ 1-2 นิ้ว สำหรับผู้ที่สูงมากกว่า เย็บปลายขากางเกงประมาณ 1 3/4 นิ้ว
==>ไม่ควรใส่กระเป๋าสตางค์ในกระเป๋าด้านหลังกางเกง เพราะจะถ่วงทำให้ทรงกางเกงเสียความงาม
|
รองเท้า มั่นใจทุกย่างก้าว |
การเลือกรองเท้า ต้องให้เหมาะสมกับเวลา และสถานที่ รองเท้าที่ดีไม่ควรฟิตจนเกินไป มันจะทำให้คุณเจ็บ และไม่หลวมโคร่ง มันจะทำให้คุณเดินไม่ถนัด ในการซื้อรองเท้า ควรไปเวลาสาย ๆ สักนิดหรือไม่ก็บ่ายเลย เพราะช่วงนั้นเท้าของคุณจะขยายออกเต็มที่ และสวมถุงเท้าทุกครั้ง ที่ลอง ลองสวมทั้งสองข้าง และเดินดูว่าเดินสบายหรือไม่ คุณสามารถขยับนิ้วได้หรือเปล่า ต่อไปก็คือรูปแบบ เลือกให้เหมาะกับเสื้อผ้า และโอกาส
1. Wing-Tip
รองเท้าหนังสไตล์นี้คุณควรจะมีอยู่บนชั้นวางรองเท้าสักคู่ เพราะรูปแบบดูสุภาพเรียบร้อย สีดำเข้ากันได้ดีกับชุดสูททำงานที่เป็นทางการเหมือนรองเท้าแบบ Plain-Toe แต่สวมได้ทุกงาน ไม่ผิดกาลเทศะแน่
2. Plain-Toe
เหมาะกับชุดทำงานที่เป็นทางการ รวมทั้งชุดสูทในงานกลางคืนที่สุด หรืองานที่มีพิธีรีตองเคร่งครัดเพราะไม่มีลวดลายมากนัก ไม่ว่าจะเป็นการเดินเส้นหนังที่ใช้ โดดเด่นตรงความเรียบง่าย และมันวาววับของหนังที่ได้รับการดูแลอย่างดี
3. Cap-Toe
เป็นรองเท้าที่เหมาะสำหรับนักธุรกิจ และงานพิธีการต่าง ๆ คล้าย Plain-Toe ต่างกันที่มีดีไซน์มากกว่า หัวรองเท้าอาจเป็นหนังชนิดเดียวกับรองเท้า แต่มีเส้นขวางให้ส่วนหัวโดดเด่นขึ้น หรือบางคู่อาจทำจากหนังต่างชนิดในสีเดียวกันก็มี อีกสไตล์ที่ได้รับความนิยมในหมู่นักธุรกิจ
4. Tasseled Loafer
รองเท้ามีพู่แต่เดิมถูกออกแบบให้เป็นรองเท้าสไตล์สปอร์ต แต่ระยะหลังขยับตัวขึ้นมาอยู่คู่กับชุดนักธุรกิจ ที่ไม่เป็นทางการนัก แต่ก็สร้างความประทับใจคู่กับชุดสูทได้เป็ฯอย่างดี
5. Penny Loafer
รองเท้าสไตล์อเมริกันแท้ที่ถูกออกแบบให้คู่กับชุดลำลองหรือชุดสปอร์ต สำหรับสีน้ำตาลหรือสีไม้ ถ้าเป็นสีดำอาจใช้กับชุดทำงานได้ แต่ต้องเป็นชุดทำงานประเภทไม่เป็นทางการ เข้ากันได้ดีกับกางเกงผ้านิ่ม ๆ เสื้อเชิ้ตปลดกระดุมเม็ดบน หรือเชิ้ตปกสั้นกับเนคไท แต่ไม่เหมาะกับชุดสูท อย่าดันทุรังใส่ไปเชียว
6. Monk Strap
รองเท้าสไตล์ยุโรปบริเวณส่วนหน้าถึงปลายเท้าราบเรียบ มีสายคาดจากด้านข้าง เหมาะกับชุดลำลองและโอกาสที่ไม่เป็นทางการนักจะดูดีที่สุดถ้าเลือกแบบธรรมดา ไม่ต้องมีลวดลายไม่ว่าจะเป็นสีดำหรือสีน้ำตาล ถ้าอยากใส่กับชุดทำงานต้องขึ้นกับประเภทงาน และสไตล์ของตัวคุณเองด้วย หนุ่มเจ้าสำอางหรืองานสร้างสรรค์โฆษณาเข้ากันได้ดี
|
สูทกลางวัน หรือที่เรียกว่า Lounge Suit เหมาะกับโอกาสที่ไม่มีพิธีการมากนัก เหมาะกับหนุ่มที่ต้องการความคล่องตัว และดูดีในขณะเดียวกัน สามารถใส่ไปติดต่อทางธุรกิจที่ไม่มีพิธีรีตองมาก และยังเหมาะกับการเลี้ยงรับประทานอาหารมื้อเที่ยงแบบเป็นกันเองอีกด้วย มักนิยมใช้ผ้าสีอ่อน เช่น สำน้ำตาลอ่อน สีเทาอ่อน และสีอ่อนอื่น ๆ เพื่อให้ดูเป็นกันเอง
กางเกง
ขายาวแบบมาตรฐาน ไม่พับปลายขา ถ้าใช้ผ้ามีลายเป็นทาง ควรเป็นลายทางเล็ก ๆ ตัดให้ลายผ้าเป็นทางลงตามยาว
เสื้อนอก
ใช้ผ้าชนิด และสีเดียวกับผ้าที่ตัดกางเกง ถ้าใช้ผ้าลายทางต้องให้ลายผ้าเป็นทางลงเช่นเดียวกับกางเกง เสื้อนอกจะเป็นแบบกระดุมแถวเดียว หรือแบบกระดุมสองแถวก็ได้ กระดุมสีเข้ากับสีเสื้อ ไม่ใช้กระดุมโลหะ กระเป๋าเป็นแบบกระเป๋าเจาะ มีฝาปิด ซึ่งอาจซ่อนฝากระเป๋าได้ กระเป๋าบนมีเฉพาะด้านซ้าย เป็นแบบกระเป๋าเจาะ
เสื้อกั๊ก
ใช้ผ้าชนิดเดียวสีเดียวกันกับเสื้อนอก ผ่าอกตลอด กระดุม 5 เม็ด เวลาสวมจะติดกระดุมทั้ง 5 เม็ด หรือปลดเม็ดล่างสุดตามความนิยมก็ได้ เสื้อกั๊กนี้ นิยมใช้ในเมืองหนาวถือว่าสุภาพ แต่ไม่นิยมใช้ในประเทศไทย
เสื้อเชิ้น
แบบผ่าอกตลอด เมื่อใช้ประกอบกับเครื่องแต่งกายชุดสากล นิยมใช้แบบแขนยาวมากกว่าแขนสั้น ดดยให้ปลายแขนยาวพันแขนเสื้อนอกออกมาประมาณ 1 ซม. สีขาวเป็นสีมาตรฐาน จะใช้สีเรียบอ่อนจาง ที่เข้ากันได้กับเสื้อนอก ก็ใช้ได้ แต่ควรละเว้นสีฉูดฉาด หรือที่เป็นลวดลายดอกดวง ซึ่งถือว่าไม่สุภาพ
เนคไท
นิยมใช้เนคไทไหมที่มีสี และลายเรียบ เข้ากับสีเสื้อ และกางเกง สีเข้มเป็นที่นิยมมากกว่าสีอ่อน ควรเว้นสีฉูดฉาด และใช้ขนาดที่เหมาะแก่รูปร่าง ไม่ควรใหญ่ หรือเล็กเกินไป โดยต้องคำนึงถึงบุคลิกภาพของตนเอง
ผ้าเช็ดหน้าเสียบกระเป๋าบนของเสื้อนอก
จะมีหรือไม่ก็ได้ แล้วแต่โอกาส ถ้าใช้ต้องใช้ขนาดเล็กกว่าขนาดใช้งานธรรมดา และใช้สีที่เข้ากับเนคไท เมื่อเสียบกระเป๋า ต้องคลี่ออกแล้วสอดโดยปล่อยให้ผ้าซ้อนกันอย่างเป็นธรรมชาติไม่ต้องพับเป็นจีบ
ถุงเท้า
ควรใช้สีเข้มที่เข้ากันได้กับสีของชุดเสื้อกางเกง สีดำใช้ได้ทุกโอกาส ถุงเท้าลายสีต่าง ๆ ถือว่าไม่สุภาพ ถ้ามีลาย ควรเลือกลวดลายเพียงเล้กน้อย และสีเรียบ ไม่ฉูดฉาด
รองเท้า
เป็นแบบหุ้มส้น สีดำ ซึ่งใช้ได้กับเครื่องแต่งกายทุกสี หรือสีน้ำตาลเข้ม สีเทาเข้ม ที่เข้ากับสีเสื้อ
|
การแต่งสูทสำหรับงานพิธี
ชุดแต่งกายสากลสีเข้มถือว่าเป็นที่นิยมมากที่สุดในงานพิธีการ มีองค์ประกอบเช่นเดียวกับสูทชุดกลางวันทุกประการ แต่ต่างกันในเรื่องของสี สีเข้าในที่นี้เป็นสีเข้มที่อยู่ในกลุ่มสีเย็น คือ สีดำ สีกรมท่า สีน้ำเงินเข้ม สีเทาเข้ม เท่านั้น ถ้าสีในโทนร้อน แม้จะเป็นสีเข้ม เช่นสีแดงเข้ม ก็ถือว่าไม่สุภาพ และไม่เหมาะสมเท่าที่ควร ชุดสากลสีเข้มนี้จะมีเสื้อกั๊กด้วยหรือไม่ก็ได้ ในบางสังคมนิยมสวมเสื้อกั๊ก เมื่อแต่งชุดสีเข้มถือว่าสุภาพ ชุดสีเข้มนี้อาจใช้ในโอกาสใด ๆ ที่เป็นงานกลางวันก็ได้เช่นกัน
ในบางช่วงเวลาคุณก็ต้องการรีแลกซ์เหมือนกัน แต่การแต่งตัวตามสบายก็ไม่ควรจะสบายจนกลายเป็นสไตล์ปอน ๆ คุณสามารถแต่งตัวให้ดูเท่ และสบายได้ในเวลาเดียวกัน โดยไม่ต้องพึ่งเนคไทให้อึดอัด
เสื้อเชิ้ตโปโลกระดุม 3 เม็ด กับสูทหรือแจ๊คเก็ต
สไตล์สบายที่สุด และน่าจะเหมาะกับหนุ่มไทยที่สุดด้วย ถ้าคุณเลือกที่จะใส่เสื้อยืดที่มีกระดุม 3 เม็ด กับแจ๊คเก็ตกระดุมแถวเดียว ปลดกระดุมเม็ดบนออก จะทำให้คุณดูรีแลกซ์ และคล่องตัวขึ้นด้วย แต่ถ้าคุณเป็หนุ่มวัยเกิน 25 ปีขึ้นไปแล้ว ไม่ควรพับคอเสื้อยืดทับปกแจ๊คเก็ต เว้นแต่ว่าคุณอยากกระชากวัย เพราะการทำเช่นนั้นมันเหมาะกับวัยรุ่นมากกว่า ฉะนั้นพักปกแจ๊คเก็ตทับปกเสื้อโปโลดีกว่า ยังมีทางเลือกอื่นให้อีก ถ้าคุณไม่ชอบเสื้อโปโลกระดุม 3 เม็ด คุณอาจเลือกสวมเสื้อยืดคอแหลมหรือคอวี แล้วสวมแจ๊คเก็ตทับก็ได้ ที่สำคัญคือ แจ๊คเก็ตควรจะเป็นแบบกระดุมแถวเดียวไม่เกิน 3 เม็ด และควรเป็นแจ๊คเก็ตเข้ารูป หรือพอดีตัว ถึงจะเข้ากันได้ดีกับเสื้อโปโล
เสื้อคอเต่ากับแจ๊คเก็ตสูท
ถ้าเลือกจะใส่เสื้อคอเต่าให้ดูเข้าท่าที่สุด ต้องคู่กับแจ๊คเก็ตสูทลายทางเล็ก เนื้อผ้าแล้วแต่ชอบ ส่วนเสื้อคอเต่า ควรจะเป็นเนื้อผ้าขนสัตว์หรือเส้นใยที่ผสมกับผ้าขนสัตว์ เพราะถ้าเป็นเสื้อคอเต่าที่ใช้ผ้าฝ้ายหรือผ้าไหม ปกที่พับลงจะดูเป็นก้อน ไม่เนี้ยบเหมือนผ้าขนสัตว์ แถมยังทำให้คุณดูแข็งทื่ออีกต่างหาก ถ้าต้องการลูกเล่นจากลวดลายของเนื้อผ้า จับคู่เสื้อคอเต่าลายทางกับเบลเซอร์ หรือแจ๊คเก็ตเรียบ ๆ ก็ได้ แต่ต้องให้คอปกที่พับลงมาอยู่สูงกว่าปกแจ๊คเก็ต
เสื้อเชิ้ตกับแจ๊คเก็ต หรือเบลเซอร์ที่ไม่ต้องมีเนคไท
เสื้อเชิ้ตมีกระดุมที่คอปกไปได้ดีกับเสื้อสูท คุณสามารถเลือกที่จะสวมเสื้อที่มีกระดุมปลายปกแหลม หรือไม่มีกระดุมกับแจ๊คเก็ตลายตาราง ดดยไม่ต้องมีเนคไทเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ควรจะปลดกระดุมคอเสื้อเม็ดบนให้ดูผ่อนคลาย แต่ถ้าเป็นเสื้อเชิ้ตที่มีกระดุมปลายปก ไม่ต้องปลดกระดุมออก ติดไว้จะดูดีกว่า ปลดเฉพาะกระดุมเม็ดบนออกก็พอแล้ว
นอกจากนี้การเลือกแบบ และสีสันก็เป็นสิ่งจำเป็นเช่นกัน การแต่งตัวให้ดูดีมีรสนิยมนั้น ไม่จำเป็นต้องใช้เสื้อผ้าราคาแพง แค่คุณรู้จักวิธีการแม็ทช์สีและแบบให้ลงตัว เพียงเท่านี้คุณก็ดูหล่อสมใจแล้ว ในการแต่งตัวที่ไม่ตายตัว แต่ทำให้คุณดูดีในสายตาคนอื่นมีดังนี้
==>สีสัน และรูปแบบที่ตรงข้ามกันสุดกู่ ถ้าคุณสวมสูทลายถี่กับเสื้อเชิ้ตสีจัดจ้าน ดูตัดกันระหว่างลายแจ๊คเก็ตกับเสื้อเชิ้ตเกินไป จะทำให้ดูเป็นการแต่งตัวที่รกตาไม่มีความลงตัว ถ้าจะสวมเชิ้ตสีจัดควรจับคู่กับแจ๊คเก็ตเรียบ ๆ หรือแจ๊คเก็ตเล่นลายก็จับคู่กับเชิ้ตสีอ่อนเรียบ ๆ อย่างนั้นจะดีกว่า
==>อย่าพยายามเสี่ยงกับรูปแบบแจ๊คเก็ตแปลก ๆ ถ้าคุณไม่แน่ใจ และไม่กล้าพอ เลือกความเรียบง่าย กับเสื้อเชิ้ตสีกลมกลืนอย่าง ฟ้าอ่อนกับน้ำตาลเข้ม แดงกับน้ำเงินเข้ม หรือเหลืองกับน้ำเงินเข้ม
==>ถ้าคุณมีเสื้อสูทลายหมากรุก เลือกเสื้อเชิ้ตสีพื้นสีใดสีหนึ่งจากแจ๊คเก็ตสูท สีเดียวก็พอ
|
ชายหนุ่มจำนวนไม่น้อยก็มีปัญหาในเรื่องน้ำหนัก และรูปร่างบ้างเจ้าเนื้อ บ้างผอมเกินไป ซึ่งคำนวณได้ด้วยการเอา 105 ลบกับส่วนสูงที่แท้จริง จะได้น้ำหนักที่เหมาะสม บวก-ลบไม่ควรเกิน 5 กิโลกรัม บางคนคำนวณแล้วน้ำหนักพอเหมาะ แต่กลับลงพุง เพราะขาดการออกกำลังกาย และการรับประทานอาหารที่ถูกหลัก ลองเมนูนี้ดูเพื่อรูปร่างที่ฟิต และสมบูรณ์ไปด้วยกล้ามเนื้อสมชาย
เมนูประจำวัน
มื้อเช้า
เป็นมื้อที่สำคัญที่สุดของวัน ต้องมีข้าวเป็นหลัก กับอาหารประเภทโปรตีนอย่างเนื้อสัตว์ พวกหมู ไก่ เป็ด รวมทั้งถั่วทั้งหลาย แล้วตามด้วยนม ถ้าเป็นนมถั่วเหลืองจะยิ่งดี จะช่วยสร้างกล้ามเนื้อ และมีพลังในการดำเนินชีวิตทั้งวันด้วย
มื้อกลางวัน
เป็นช่วงเวลาที่รับเร่งของวัน ควรรับประทานอาหารประเภทที่อุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรต และวิตามิน จากนั้นก็ควรรับประทานผลไม้ประเภทที่ชอบ เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วน
มื้อเย็น
ควรเป็นอาหารเบา ๆ ที่ให้ครบทั้งโปรตีน ไขมัน เกลือแร่ และวิตามิน รับประทานเนื้อ และผักควบคู่กันไปในปริมาณที่ใกล้เคียงกัน
สำหรับหลักในการรับประทานอาหารเพิ่มพลังกล้ามเนื้อให้ถูกวิธีคือ
++รับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูง เพราะจะช่วยในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ แต่ที่ขาดไม่ได้เลย คือ คาร์โบไฮเดรตร่างกายจะหันมาเผาผลาญโปรตีนแทน ทำให้กล้ามเนื้อหยุดการเจริญเติบโต
++เลี่ยงอาหารประเภทฟาสต์ฟู้ด หรือจั๊งก์ฟู้ด
++รับประทานอาหารให้ครบหมู่ อย่าลืมผัก ผลไม้หรือโยเกิร์ต และนมซึ่งอุดมไปด้วยสารอาหารที่หลากหลาย